นโยบายการใช้งาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าคุณมีการยินยอมให้ใช้คุกกี้ โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Logo WeMove Platform
บทความ

เจาะลึก ความคุ้มครองพื้นฐาน ในประกันภัยสินค้า ครอบคลุมอะไรบ้าง และไม่คุ้มครองอะไร

เจาะลึกประกันภัยสินค้า ความคุ้มครองพื้นฐาน (ICC 'C') คุ้มครองและไม่คุ้มครองอะไรบ้าง? คู่มือสำหรับ SME เพื่อเข้าใจข้อยกเว้นและความเสี่ยง

หมวด : ตลาดซื้อขาย/ให้เช่า

หมวดรอง : ประกันสินค้า/พ.ร.บ./ภาษี

ผู้เขียน :

WeMove Admin

วันที่ตีพิมพ์ : 26-09-2025

วันที่อัปเดต : 26-09-2025

เจาะลึก ความคุ้มครองพื้นฐาน ในประกันภัยสินค้า ครอบคลุมอะไรบ้าง และไม่คุ้มครองอะไร

หลังจากที่ ผู้ประกอบการ SME หรือเจ้าของธุรกิจตัดสินใจลงทุนซื้อ ประกันภัยสินค้า เพื่อบริหารความเสี่ยงในการขนส่งแล้ว ก้าวต่อไปที่สำคัญอย่างยิ่งยวดคือการทำความเข้าใจใน "รายละเอียด" ของกรมธรรม์ที่ถืออยู่ในมือ เพราะคำว่า "ประกัน" ไม่ได้หมายความว่าทุกความเสียหายจะได้รับการชดเชยเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเลือกแผน ความคุ้มครองพื้นฐาน ซึ่งมักจะเป็นแผนที่มีเบี้ยประกันถูกที่สุด

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับขอบเขตความคุ้มครอง คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่นำไปสู่ความผิดหวังเมื่อถึงเวลาเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน บทความนี้ (ณ วันที่ 5 กันยายน 2528) จะทำหน้าที่ "เจาะลึก" เพื่อไขข้อกระจ่างว่า โดยทั่วไปแล้ว ประกันภัยขนส่งสินค้า ที่ให้ความคุ้มครองในระดับพื้นฐานนั้น คุ้มครองอะไรบ้าง และที่สำคัญกว่านั้นคือมี ข้อยกเว้น หรือสิ่งใดบ้างที่ ไม่คุ้มครอง

"ความคุ้มครองพื้นฐาน" โดยทั่วไปหมายถึงอะไร?

ในวงการประกันภัยการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและในประเทศ มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงกันอย่างแพร่หลายคือ Institute Cargo Clauses (ICC) ซึ่งเป็นเงื่อนไขความคุ้มครองที่กำหนดโดยสถาบันผู้รับประกันภัยแห่งลอนดอน

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึง "ความคุ้มครองพื้นฐาน" มักจะหมายถึงเงื่อนไขความคุ้มครองในระดับที่แคบที่สุด นั่นคือ ICC (C) ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประเภท "ระบุภัย" (Named Perils) หมายความว่าบริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหายให้ก็ต่อเมื่อความเสียหายนั้นเกิดจาก "สาเหตุที่ระบุไว้" ในกรมธรรม์เท่านั้น หากความเสียหายเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ได้อยู่ในรายการ ก็จะถือว่าอยู่นอกเหนือความคุ้มครอง

ส่วนที่ 1: สิ่งที่ "ครอบคลุม" ในประกันภัยสินค้าขั้นพื้นฐาน (ICC 'C')

กรมธรรม์ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจาก "เหตุการณ์รุนแรงหรือภัยพิบัติ" ที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะขนส่งเป็นหลัก โดยภัยที่ระบุไว้โดยทั่วไปมีดังนี้:

1. อัคคีภัยหรือการระเบิด

คุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าอันมีสาเหตุโดยตรงมาจากไฟไหม้หรือการระเบิดบนยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง

2. ยานพาหนะประสบอุบัติเหตุเกยตื้น, จม, หรือล่ม

เป็นเงื่อนไขสำหรับยานพาหนะทางน้ำ โดยจะคุ้มครองเมื่อเรือที่บรรทุกสินค้าเกิดอุบัติเหตุเกยตื้น, จมลง, หรือพลิกคว่ำ

3. การพลิกคว่ำหรือตกรางของยานพาหนะที่ขนส่งทางบก

นี่คือเงื่อนไขหลักสำหรับการขนส่งทางบกด้วยรถบรรทุกหรือรถไฟ จะให้ความคุ้มครองเมื่อรถบรรทุกเกิดอุบัติเหตุ "พลิกคว่ำ" หรือรถไฟ "ตกราง" เท่านั้น

4. การชนกันของยานพาหนะกับวัตถุภายนอก

คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากการที่เรือ, เครื่องบิน, หรือรถบรรทุกที่ใช้ขนส่งสินค้า ไปชนหรือโดนกระทบกับสิ่งอื่นใดภายนอก (ที่ไม่ใช่น้ำ)

5. การขนถ่ายสินค้าลง ณ ท่าเรือหลบภัย (Port of Distress)

ในกรณีที่เรือประสบปัญหาและจำเป็นต้องเข้าจอดที่ท่าเรือฉุกเฉินซึ่งไม่ใช่ท่าเรือปลายทาง กรมธรรม์จะคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าในระหว่างการขนถ่ายฉุกเฉินนั้น

6. การเสียสละในส่วนเฉลี่ย (General Average Sacrifice)

เป็นหลักการของการประกันภัยทางทะเล ในกรณีที่เกิดภยันตรายร่วมกัน (เช่น เรือกำลังจะจม) และกัปตันจำเป็นต้อง "สละ" สินค้าบางส่วน (เช่น โยนตู้คอนเทนเนอร์บางตู้ทิ้งทะเล) เพื่อให้เรือและสินค้าส่วนใหญ่รอดพ้นไปได้ เจ้าของสินค้าที่ถูกสละไปจะได้รับการชดเชยจากกรมธรรม์

ส่วนที่ 2: สิ่งที่ "ไม่คุ้มครอง" ในประกันภัยสินค้าขั้นพื้นฐาน

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดที่ผู้เอาประกันต้องทำความเข้าใจ เพราะความเสียหายส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง มักจะอยู่ในรายการข้อยกเว้นเหล่านี้

1. การลักขโมย, การโจรกรรม, และการที่สินค้าส่งไม่ถึง

เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับหลายคน แต่เป็นความจริงที่ว่าความคุ้มครองพื้นฐานแบบ ICC 'C' ไม่คุ้มครอง การถูกลักขโมย, การถูกโจรกรรมระหว่างทาง, หรือกรณีที่สินค้าสูญหายไปเฉยๆ และส่งไม่ถึงปลายทาง

2. ความเสียหายจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่เหมาะสม

หากสินค้าภายในเสียหายเพราะผู้ส่งแพ็คของไม่ดี, ไม่มีการใช้วัสดุกันกระแทกที่เพียงพอ, หรือใช้กล่องที่ไม่แข็งแรง กรมธรรม์จะไม่ให้ความคุ้มครอง เพราะถือเป็นความบกพร่องของผู้เอาประกันเอง

3. การรั่วซึม, การเสื่อมสภาพตามปกติ, และความบกพร่องของตัวสินค้าเอง (Inherent Vice)

ประกันภัยจะคุ้มครองความเสียหายจากเหตุการณ์ภายนอก ไม่ใช่ปัญหาจากตัวสินค้าเอง เช่น ของเหลวที่รั่วซึมออกจากภาชนะที่ไม่ได้มาตรฐาน, ผักผลไม้ที่เน่าเสียตามธรรมชาติระหว่างการขนส่ง, หรือการขึ้นสนิมตามปกติ

4. ความเสียหายจากฝน, น้ำทะเล, หรือความชื้น

นอกเสียจากว่าความเสียหายจากน้ำจะเกิดจากภัยที่ระบุไว้ (เช่น เรือจม หรือรถพลิกคว่ำตกน้ำ) ความเสียหายที่เกิดจากฝนสาดระหว่างการขนถ่าย, น้ำทะเลซัดเข้ามาในระวางเรือ, หรือความชื้นในตู้คอนเทนเนอร์ จะ ไม่ได้รับความคุ้มครอง ภายใต้เงื่อนไข ICC 'C'

5. ความเสียหายจากการขนถ่ายขึ้น-ลง

การที่สินค้าตกหล่น, กระแทก, หรือเสียหายในระหว่างขั้นตอนการยกขึ้นหรือยกลงจากยานพาหนะ ถือเป็นความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือความคุ้มครองพื้นฐาน

6. ข้อยกเว้นมาตรฐานอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมี ข้อยกเว้นประกันภัยสินค้า มาตรฐานที่พบได้ในทุกกรมธรรม์ เช่น ความเสียหายที่เกิดจากสงคราม, การนัดหยุดงานประท้วง, การจลาจล, หรือการกระทำโดยมิชอบโดยจงใจของผู้เอาประกันเอง

สรุป: "ความคุ้มครองพื้นฐาน" เหมาะกับใคร?

เมื่อพิจารณาจากขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นทั้งหมด จะเห็นได้ว่า ความคุ้มครองพื้นฐานประกันภัยสินค้า นั้นมีขอบเขตที่ "จำกัด" อย่างมาก และเหมาะสำหรับ:

• สินค้าประเภท Bulk Cargo: สินค้าที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อและมีความเสี่ยงต่อความเสียหายจำเพาะเจาะจงต่ำ เช่น ทราย, หิน, แร่ธาตุ, ถ่านหิน ซึ่งความกังวลหลักคือการสูญเสียทั้งหมดจากอุบัติเหตุใหญ่ของยานพาหนะ

• ผู้ประกอบการที่มีงบประมาณจำกัดมาก และยอมรับความเสี่ยงส่วนใหญ่ได้ด้วยตนเอง

สำหรับ SME และร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ที่ขนส่งสินค้าสำเร็จรูป, สินค้ามีมูลค่า, หรือสินค้าที่เสียหายได้ง่าย ความคุ้มครองพื้นฐานนี้ "ไม่เพียงพอ" อย่างยิ่ง และควรพิจารณาลงทุนเพิ่มเพื่อซื้อความคุ้มครองในระดับที่สูงขึ้น เช่น ICC (B) หรือที่ดีที่สุดคือ ICC (A) All Risks เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและอุ่นใจได้อย่างแท้จริง

คัดลอกลิงก์

เรื่องที่คุณไม่ควรพลาด

บทความยอดนิยม

บทความทั้งหมด

กลับขึ้นด้านบน