นโยบายการใช้งาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าคุณมีการยินยอมให้ใช้คุกกี้ โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Logo WeMove Platform
บทความ

ส่องสถิติจดทะเบียนรถบรรทุกปี 2568-2569: สัญญาณชีพเศรษฐกิจไทยและการเติบโตของ "รถบรรทุก EV"

วิเคราะห์เจาะลึกสถิติจดทะเบียนรถบรรทุกและรถเชิงพาณิชย์ปี 2568 ถึงต้นปี 2569 เผยตัวเลขพุ่งแรงของรถบรรทุก EV ที่สะท้อนจุดเปลี่ยนวงการโลจิสติกส์ พร้อมแนะกลยุทธ์รับมือการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วยการลดเที่ยวรถเปล่าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

หมวด : สถิติการขนส่ง

หมวดรอง : สถิติการจดทะเบียนรถ

ผู้เขียน :

WeMove Admin

วันที่ตีพิมพ์ : 14-01-2026

วันที่อัปเดต : 14-01-2026

ส่องสถิติจดทะเบียนรถบรรทุกปี 2568-2569: สัญญาณชีพเศรษฐกิจไทยและการเติบโตของ "รถบรรทุก EV" thailand-truck-registration-statistics-2025-2026-ev-truck-growth

ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร! โดยเฉพาะในวงการเศรษฐกิจมหภาค "ยอดจดทะเบียนรถใหม่" คือดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นในการลงทุนและการขยายตัวของภาคธุรกิจที่แม่นยำที่สุด ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้เปิดเผยตัวเลขสถิติการจดทะเบียนรถสะสมและรถใหม่ประจำปีงบประมาณที่ผ่านมา รวมถึงแนวโน้มเดือนแรกของปี 2569 ซึ่งเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างโลจิสติกส์ไทยที่น่าตื่นเต้นและน่ากังวลไปพร้อมๆ กัน

ในบทความนี้ เราจะมาถอดรหัสตัวเลขเหล่านี้กันว่า มันบอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจขนส่งในปีม้าทองนี้ และผู้ประกอบการรายย่อยควรปรับตัวอย่างไรท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือดขึ้น

1. ภาพรวมสถิติ: รถบรรทุกเติบโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์ E-Commerce

จากข้อมูลสถิติระบุว่า ยอดจดทะเบียนรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (รถบรรทุกและรถโดยสาร) ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยประเภทรถที่มียอดจดทะเบียนใหม่สูงสุดยังคงเป็น:

  1. รถบรรทุกส่วนบุคคล (ป้ายทะเบียนพื้นขาว ตัวอักษรสีเขียว): หรือรถกระบะบรรทุก ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ SME และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่หันมาขนส่งสินค้าเองมากขึ้น

  2. รถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายทะเบียนพื้นเหลือง): หรือรถรับจ้างสาธารณะ (6 ล้อ, 10 ล้อ, รถพ่วง) ซึ่งมีการขยายตัวตามภาคการส่งออกและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้สะท้อนว่า ภาคการขนส่งยังคงเป็นเนื้อหอมที่ดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะมีความผันผวนก็ตาม

2. ปรากฏการณ์ "รถบรรทุก EV" พุ่งทะยาน 15%

ไฮไลท์สำคัญของสถิติปีนี้คือ ยอดจดทะเบียนรถบรรทุกไฟฟ้า (Electric Trucks) ที่พุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด จากตัวเลขหลักร้อยในปีก่อนๆ มาสู่หลักพันคันในปี 2568 และแนวโน้มเดือนมกราคม 2569 นี้ยังโตต่อเนื่องกว่า 15%

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก:

  • มาตรการภาษี: รัฐบาลมีนโยบายลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า

  • นโยบาย ESG: บริษัทข้ามชาติและโรงงานขนาดใหญ่เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบ Green Logistics โดยกำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องใช้รถ EV ในการขนส่งเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

  • ความคุ้มค่าระยะยาว: แม้ราคารถจะแพงกว่ารถดีเซลเกือบเท่าตัว แต่ค่าพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า ทำให้จุดคุ้มทุน (Break-even point) อยู่ที่ประมาณ 3-4 ปี

3. ความท้าทาย: "รถเยอะ งานเท่าเดิม?" ปัญหารถเที่ยวเปล่าที่แก้ไม่ตก

เมื่อดูตัวเลขรถจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ "การแข่งขันที่รุนแรง" (Red Ocean) ข้อมูลจากสมาคมขนส่งฯ ระบุว่า ปัจจุบันมีรถบรรทุกวิ่งอยู่บนถนนกว่า 1.2 ล้านคัน แต่ประสิทธิภาพการใช้งานจริงกลับน่าตกใจ เพราะกว่า 30-40% ของเที่ยววิ่ง คือ "เที่ยวเปล่า" (Empty Haul) หรือการตีรถเปล่ากลับหลังจากส่งสินค้าเสร็จ

ลองจินตนาการดูนะครับ ว่าการขับรถ 10 ล้อจากกรุงเทพฯ ไปส่งของที่เชียงใหม่ แล้วต้องตีรถเปล่ากลับมา ระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร คุณต้องเสียค่าน้ำมันฟรีๆ ค่าสึกหรอฟรีๆ โดยไม่ได้รายได้แม้แต่บาทเดียว นี่คือ "รูรั่ว" ทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของผู้ประกอบการขนส่งไทย

4. ทางรอดปี 2569: เปลี่ยนตัวเลข "เที่ยวเปล่า" ให้เป็น "กำไร" ด้วยเทคโนโลยี

ในปี 2569 การทำธุรกิจแบบ "ออฟไลน์" หรือรอรับงานจากนายหน้าแบบเดิมๆ อาจไม่ทันกินอีกต่อไป เมื่อสถิติบอกว่ารถคู่แข่งเยอะขึ้น เราต้องฉลาดกว่าคู่แข่งด้วยการใช้ แพลตฟอร์มดิจิทัล เข้ามาช่วยบริหารจัดการ

นี่คือจุดที่แพลตฟอร์มอย่าง WeMove เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้สมการตัวเลขนี้:

  • ระบบจับคู่งาน (Matching Algorithm): WeMove ช่วยหางาน "ขากลับ" (Backhaul) ให้กับรถที่ไปส่งสินค้าต่างจังหวัด แทนที่จะตีรถเปล่ากลับ ก็สามารถรับงานขนส่งสินค้าจากภูมิภาคเข้าสู่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดทางผ่านได้

  • เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน: การได้งานทั้งขาไปและขากลับ หมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 100% ในขณะที่ต้นทุนค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย (จากน้ำหนักบรรทุก)

  • เข้าถึงงานง่าย: ผู้ประกอบการรถบรรทุก ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะ, 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ สามารถเข้าถึงงานจากลูกค้าองค์กรชั้นนำทั่วประเทศได้ผ่านแอปฯ โดยไม่ต้องวิ่งหาลูกค้าเอง

5. สรุปทิศทางตลาด: คุณภาพต้องนำปริมาณ

สถิติการจดทะเบียนรถที่เพิ่มขึ้น เป็นเครื่องยืนยันว่าธุรกิจขนส่งยัง "ไปต่อได้" แต่รูปแบบผู้เล่นในตลาดกำลังเปลี่ยนไป ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่มีรถเยอะที่สุด แต่คือคนที่มี การบริหารจัดการที่ดีที่สุด

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังคิดจะถอยรถใหม่ปีนี้:

  1. ศึกษาความต้องการตลาดให้ดี ว่ารถประเภทไหนงานเยอะ (ช่วงนี้รถ 4 ล้อจัมโบ้ และ 6 ล้อตู้ทึบ กำลังเป็นที่ต้องการสำหรับงานกระจายสินค้า)

  2. พิจารณาทางเลือก EV หากมีเส้นทางวิ่งที่แน่นอนและมีจุดชาร์จรองรับ

  3. สำคัญที่สุด คือต้องวางแผนหา "แหล่งงาน" ให้มั่นคง การสมัครเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับแพลตฟอร์มมาตรฐานอย่าง WeMove เป็นการสร้างหลักประกันว่า รถของคุณจะไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขในสถิติที่จอดนิ่งๆ แต่จะเป็นรถที่วิ่งสร้างรายได้ตลอดเวลา

ปี 2569 คือปีแห่งข้อมูลข่าวสาร ใครที่มีข้อมูลและเครื่องมือในมือมากกว่า คนนั้นคือผู้ชนะในสมรภูมิโลจิสติกส์ครับ!

คัดลอกลิงก์

เรื่องที่คุณไม่ควรพลาด

บทความยอดนิยม

บทความทั้งหมด

กลับขึ้นด้านบน