นโยบายการใช้งาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าคุณมีการยินยอมให้ใช้คุกกี้ โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Logo WeMove Platform
บทความ

ส่องดัชนีค่าบริการขนส่งไทย ม.ค. 69: ดีเซลทรงตัว แต่ทำไมค่าขนส่งยัง (แอบ) พุ่ง?

วิเคราะห์เจาะลึกดัชนีค่าบริการขนส่งไทยเดือน ม.ค. 2569 แม้ดีเซลจะตรึงราคาที่ 29.94 บาท แต่ปัจจัยแฝงด้านค่าแรงและค่าซ่อมบำรุงกำลังดันต้นทุนให้สูงขึ้น ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างไร? อ่านบทวิเคราะห์พร้อมทางออกที่นี่

หมวด : สถิติการขนส่ง

หมวดรอง : ดัชนีค่าบริการขนส่งในไทย

ผู้เขียน :

WeMove Admin

วันที่ตีพิมพ์ : 21-01-2026

วันที่อัปเดต : 21-01-2026

ส่องดัชนีค่าบริการขนส่งไทย ม.ค. 69: ดีเซลทรงตัว แต่ทำไมค่าขนส่งยัง (แอบ) พุ่ง? thailand-freight-service-index-january-2026-analysis

สวัสดีครับนักธุรกิจ ผู้บริหารโลจิสติกส์ และเจ้าของกิจการทุกท่าน! เริ่มต้นปี 2569 มาได้เกือบเดือน หลายท่านคงกำลังนั่งดูงบกำไรขาดทุน (P&L) ของเดือนมกราคม แล้วเกิดคำถามในใจ หรืออาจจะกำลังเกาหัวด้วยความสงสัยว่า "เอ๊ะ! ราคาน้ำมันดีเซลวันนี้ ก็ไม่ได้ขึ้นนี่นา รัฐบาลก็ประกาศตรึงราคาอยู่ ทำไม ค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ที่ผู้ขนส่งเสนอมาถึงดูเหมือนจะแพงขึ้น หรือทำไมกำไรจากการขนส่งของเราถึงบางลง?"

วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาสวมวิญญาณนักวิเคราะห์ ผ่าโครงสร้าง ดัชนีค่าขนส่ง 2569 (Freight Service Index) ประจำเดือนมกราคมนี้กันแบบเน้นๆ เจาะลึกทุกเลเยอร์ว่าไส้ในมันมีอะไรซ่อนอยู่ และทิศทาง เศรษฐกิจไทย 2569 จะพาค่าขนส่งเราไปทางไหน ข้อมูลนี้สำคัญมากสำหรับการวางแผนงบประมาณทั้งปีครับ ใครรู้อนาคตก่อน ย่อมได้เปรียบในสนามแข่งขัน!

1. สถานการณ์ราคาน้ำมัน: นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว? (หรือแค่ภาพลวงตา)

เริ่มกันที่ปัจจัยหลักที่ทุกคนจับตามองอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงครับ ณ วันที่ 21 มกราคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซล B7 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงตรึงอยู่ที่ประมาณ 29.94 บาท/ลิตร (อ้างอิงราคาหน้าปั๊ม ปตท. และบางจาก) ถือว่าเป็นข่าวดีที่ ราคาน้ำมันโลก (Brent / WTI) ยังไม่ผันผวนรุนแรงในช่วงต้นปี แม้จะมีสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางบ้าง แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยยังทำหน้าที่เป็นกันชน (Buffer) ได้ดี ทำให้ผู้ประกอบการยังพอหายใจหายคอได้ ไม่ต้องประกาศปรับขึ้น Fuel Surcharge แบบรายวันเหมือนปีก่อนๆ

แต่... นี่คือกับดักทางความคิดครับ! เพราะถ้าราคาขนส่งยังเท่าเดิม แต่ต้นทุนอื่นสูงขึ้น กำไรที่ควรจะได้ก็จะหายไป ต้นทุนที่แท้จริงของการขนส่งมันไม่ได้อยู่ที่น้ำมันอย่างเดียว (แม้น้ำมันจะคิดเป็น 40-50% ของต้นทุนรวมก็ตาม)

2. ตัวการที่ดันดัชนีให้พุ่ง: ค่าแรงและค่าซ่อมบำรุง (Invisible Costs)

ถ้าเราไปดูไส้ในของ ต้นทุนโลจิสติกส์ จริงๆ ในปี 2569 จะพบว่ามี 2-3 ปัจจัยที่กำลัง "Burn" กระเป๋าตังค์ผู้ประกอบการขนส่งอยู่เงียบๆ และส่งผลให้ค่าระวางในตลาดเริ่มขยับตัวสูงขึ้น:

  • ค่าจ้างคนขับรถบรรทุก (Driver Wages): ปัญหาขาดแคลนแรงงานขับรถ (Driver Shortage) ยังคงเรื้อรังและรุนแรงขึ้น คนรุ่นใหม่ไม่อยากขับรถบรรทุก ประกอบกับปีนี้มีการเรียกร้องให้จำกัดชั่วโมงการขับรถและเพิ่มสวัสดิการ (ตามข่าววันที่ 19 ม.ค. 69) ทำให้ผู้ประกอบการต้องแย่งตัวคนขับด้วยการอัปค่าแรง จ้างคนขับเพิ่มเพื่อให้หมุนเวียนกะได้ หรือจ่ายค่าล่วงเวลา (OT) มากขึ้นเพื่อให้งานเดินได้ทัน

  • ค่าซ่อมบำรุงรถบรรทุก (Maintenance Costs): อะไหล่ ยาง และน้ำมันเครื่อง มีการปรับราคาขึ้นตาม เงินเฟ้อภาคขนส่ง และค่าเงินบาทที่ผันผวน (เนื่องจากอะไหล่หลายชิ้นนำเข้า) ยิ่งรถวิ่งงานหนัก อะไหล่ยิ่งสึกหรอเร็ว ทำให้ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ของรถแต่ละคันสูงขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

  • ค่าประกันภัย: เบี้ยประกันรถใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามสถิติอุบัติเหตุ ทำให้ต้นทุนต่อคันต่อปีสูงขึ้น

3. ดีมานด์และซัพพลาย: การส่งออกฟื้นตัว ดันค่าระวาง

แนวโน้มค่าขนส่ง ยังได้รับแรงหนุนจากฝั่งอุปสงค์ (Demand) ครับ การฟื้นตัวของภาคการส่งออกในช่วงต้นปี 2569 เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ คาดการณ์ว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะกลับมาขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะสินค้าเกษตร (ยางพารา, ข้าว, ผลไม้) และอาหารแปรรูป เมื่อสินค้าจะออกสู่ท่าเรือมากขึ้น ความต้องการ ค่าระวางรถบรรทุก เพื่อวิ่งเข้าท่าเรือแหลมฉบังหรือท่าเรือคลองเตยก็สูงขึ้นตามกฎของอุปสงค์-อุปทาน (Demand & Supply) ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงก่อนตรุษจีน (ปลายเดือนมกราคม - ต้นกุมภาพันธ์) การเร่งส่งของ (Rush Order) ยิ่งทำให้ดัชนีราคาขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้น เพราะรถไม่พอ

4. ผู้ประกอบการรายย่อยจะอยู่อย่างไร? (SME Dilemma)

สำหรับ SME หรือ ขนส่งสินค้ารายย่อย สถานการณ์นี้คือ "ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ครับ การแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นโดยไม่สามารถขึ้นราคาลูกค้าได้ทันทีเป็นเรื่องเจ็บปวด

  • จะขึ้นราคา: ก็กลัวลูกค้าหนีไปหาเจ้าอื่น หรือเสียสัญญา

  • จะไม่ขึ้น: ก็เข้าเนื้อ วิ่งไปก็ไม่ได้กำไร หรือได้แค่ค่าแรงคนขับ

ทางรอดทางเดียวคือการ "บริหารประสิทธิภาพ" (Efficiency Management) ครับ เลิกวิ่งรถเปล่า (Empty Run) ให้ได้มากที่สุด และพยายามรวมเที่ยวขนส่ง (Consolidation) ให้คุ้มค่าต่อน้ำมัน 1 ลิตรที่เติมไป

5. ทางออกในการควบคุมต้นทุนค่าขนส่งปี 69

ในเมื่อเราคุมราคาน้ำมันโลกไม่ได้ เราคุมค่าแรงตลาดไม่ได้ เราก็ต้องคุมวิธีการบริหารจัดการของเราเองครับ ผมมีข้อแนะนำ 2 ข้อสำหรับการ บริหารต้นทุนขนส่ง ในปีนี้:

  1. ใช้ Data นำทาง: อย่าเดาราคาครับ ต้องดูสถิติและดัชนีตลาดจริงๆ ว่าราคาตลาดกลาง (Market Price) ตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อใช้เจรจาต่อรองกับลูกค้าหรือผู้ขนส่ง อย่าใช้ความรู้สึก

  2. ใช้ Marketplace เป็นตัวช่วย: แพลตฟอร์มขนส่งดิจิทัลอย่าง WeMove เป็นตัวช่วยที่ดีมากในการสะท้อน "ราคาตลาดที่แท้จริง"

    • ความโปร่งใส (Transparency): บนวีมูฟ คุณจะเห็นราคาที่ผู้ขนส่งหลายเจ้าเสนอมาจริงๆ ซึ่งสะท้อนต้นทุนและดีมานด์ ณ เวลานั้นๆ ทำให้คุณได้ราคาที่ยุติธรรม (Fair Price) ไม่ถูกฟันกำไรเกินควร

    • ลดรถเปล่า (Backhaul Matching): สำหรับฝั่งผู้ขนส่ง วีมูฟช่วยหางานขากลับให้ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อกิโลเมตรดีขึ้น โดยไม่ต้องไปโขกราคากับลูกค้าขาไป ช่วยให้เสนอราคาได้แข่งขันขึ้น

    • วางแผนงบง่าย: ระบบมีประวัติราคาให้ดู ย้อนหลังได้ ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อคาดการณ์งบประมาณขนส่งได้แม่นยำขึ้น ไม่ต้องมานั่งเทียนเขียนงบ

6. บทสรุป: จับตาดัชนีไตรมาส 1

สรุปภาพรวม ดัชนีค่าบริการขนส่งในไทย เดือนมกราคม 2569 นี้ แม้ราคาน้ำมันจะดูเป็นมิตร แต่ปัจจัยเรื่องค่าแรง ค่าซ่อมบำรุง และดีมานด์การส่งออก กำลังกดดันต้นทุนอยู่ครับ ผู้ประกอบการต้องตื่นตัวและปรับแผนการขนส่งให้ยืดหยุ่น (Agile) การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจมหภาค และใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการ จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ให้ธุรกิจของคุณยังทำกำไรได้ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจปีงูใหญ่นี้ครับ! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วเราจะผ่านเดือนแรกของปีไปได้อย่างสวยงามครับ

คัดลอกลิงก์

เรื่องที่คุณไม่ควรพลาด

บทความยอดนิยม

บทความทั้งหมด

กลับขึ้นด้านบน