นโยบายการใช้งาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าคุณมีการยินยอมให้ใช้คุกกี้ โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Logo WeMove Platform
บทความ

ผ่าสถิติขนส่งไทยต้นปี 69: ยอดจดทะเบียน "รถบรรทุกส่วนบุคคล" พุ่งสวนทางรถสาธารณะ สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจแบบไหน?

เจาะลึกข้อมูลกรมการขนส่งทางบก ม.ค. 2569 ยอดจดทะเบียนรถบรรทุกส่วนบุคคลพุ่งสูง สะท้อนเทรนด์ธุรกิจหันมาขนส่งเอง พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดรับจ้างและแนวทางปรับตัว

หมวด : สถิติการขนส่ง

หมวดรอง : สถิติใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

ผู้เขียน :

WeMove Admin

วันที่ตีพิมพ์ : 13-01-2026

วันที่อัปเดต : 13-01-2026

ผ่าสถิติขนส่งไทยต้นปี 69: ยอดจดทะเบียน "รถบรรทุกส่วนบุคคล" พุ่งสวนทางรถสาธารณะ สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจแบบไหน? transport-license-statistics-2026-private-truck-growth

ตัวเลขไม่เคยโกหก... สัญญาณชีพธุรกิจขนส่งไทยในปี 2569

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยตัวเลขสถิติการจดทะเบียนรถและใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำปีงบประมาณล่าสุด ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อมูลทางราชการที่น่าเบื่อ แต่มันคือ "ลายแทงขุมทรัพย์" ที่บ่งบอกทิศทางลมของเศรษฐกิจไทยได้อย่างแม่นยำที่สุด

สิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งคือปรากฏการณ์ "การโยกย้ายฐาน" ของผู้เล่นในตลาด ตัวเลข สถิติใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ชี้ให้เห็นว่า ยอดการขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล (ป้ายขาว) มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง) กลับมีการเติบโตที่ชะลอตัวลง นี่คือสัญญาณที่บอกว่า ผู้ประกอบการ SME และโรงงานผลิต เริ่มหันมา "สร้างกองรถ" ของตัวเองมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาการว่าจ้างเพียงอย่างเดียว

บทความนี้จะพาคุณไปวิเคราะห์เจาะลึกเบื้องหลังตัวเลขดังกล่าว ว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อ ธุรกิจโลจิสติกส์ ในภาพรวม รวมถึงหาคำตอบว่าในสมรภูมินี้ ผู้ให้บริการรถรับจ้างจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด

วิเคราะห์เจาะลึกสถิติ "ป้ายขาว vs ป้ายเหลือง"

จากการรวบรวมข้อมูลล่าสุด พบแนวโน้มที่น่าสนใจ 3 ประการ:

1. การพุ่งทะยานของ "ใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล" (Private Transport)

สาเหตุหลักที่ยอด จดทะเบียนรถบรรทุก 2569 ในหมวดส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น เกิดจากความต้องการควบคุมต้นทุน (Cost Control) ของผู้ผลิตสินค้า ในยุคที่กำไรต่อหน่วยบางเฉียบ การมีรถขนส่งเป็นของตัวเองช่วยให้สามารถบริหารจัดการเวลาได้ยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและวัสดุก่อสร้าง

2. การชะลอตัวของรถรับจ้างรายย่อย

จำนวนผู้ขอ ใบอนุญาต บ.2 (ขนส่งไม่ประจำทาง) รายใหม่ลดลงเล็กน้อย ส่วนหนึ่งมาจากการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก และมาตรการตรวจจับควันดำและน้ำหนักเกินที่เข้มข้นขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่สายป่านไม่ยาวพอ ตัดสินใจออกจากตลาด หรือไม่ต่อใบอนุญาต

3. การเติบโตของ "ใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศ"

สวนทางกับตลาดในประเทศ การขนส่งข้ามแดน (Cross-border) กลับคึกคักรับเปิดด่านการค้าใหม่ๆ ยอดการขออนุญาตเดินรถระหว่างไทย-ลาว-จีน เพิ่มขึ้นถึง 12% สะท้อนถึงการเติบโตของการส่งออกผลไม้และสินค้าอุปโภคบริโภค

นัยยะสำคัญทางเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่

ตัวเลขเหล่านี้กำลังบอกอะไรเรา?

  • SMEs แข็งแกร่งขึ้น: การที่ผู้ประกอบการขนาดกลางกล้าลงทุนซื้อรถและขอใบอนุญาตเอง แสดงถึงความเชื่อมั่นในทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว และต้องการพึ่งพาตนเอง (Self-reliance)

  • การแข่งขันที่ดุเดือด: เมื่อโรงงานหันมาขนส่งสินค้าเอง ตลาดรถรับจ้างจะเล็กลง ผู้ให้บริการรถรับจ้างต้องแย่งชิงเค้กชิ้นเล็กลง ทำให้ต้องแข่งขันกันด้วย "คุณภาพ" และ "เทคโนโลยี" มากกว่าราคา

กฎระเบียบใหม่ปี 2569 ที่ผู้ถือใบอนุญาตต้องรู้

ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องอัปเดต เพื่อไม่ให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาต:

  1. การรายงานข้อมูลผ่าน GPS Real-time: กรมฯ บังคับใช้มาตรฐานใหม่ในการส่งข้อมูล GPS ที่ต้องมีความเสถียร 99.9% หากสัญญาณขาดหายเกินกำหนด จะมีผลต่อการ ต่อใบอนุญาตประกอบการ

  2. มาตรฐานความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป. ขนส่ง): ผู้ประกอบการที่มีรถจำนวนมาก ต้องแต่งตั้ง จป. ขนส่ง ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2569

  3. การตรวจสภาพรถเข้มข้น: รถที่จดทะเบียนใหม่ต้องผ่านการตรวจมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 5/Euro 6 ทันที ไม่มีระยะผ่อนผัน

ทางรอดของ "รถรับจ้าง" ในวันที่ลูกค้าหันไปขนส่งเอง

เมื่อลูกค้าเริ่มมีรถเอง รถรับจ้างจะตกงานไหม? คำตอบคือ "ไม่" หากรู้จักปรับตัว แม้โรงงานจะมีรถของตัวเอง แต่พวกเขามักจะมีรถเพียงพอสำหรับ "Base Load" (ปริมาณงานปกติ) เท่านั้น เมื่อถึงช่วง Peak Season หรือมีออเดอร์เร่งด่วน พวกเขายังคงต้องการ รถบรรทุก 70 หรือรถร่วมบริการอยู่ดี

กลยุทธ์การปรับตัว:

  • เป็น Backup ที่ไว้ใจได้: นำเสนอตัวเองเป็นพันธมิตรที่พร้อมเสียบแทนทันทีที่รถลูกค้าไม่พอ

  • ใช้แพลตฟอร์มช่วยหางาน: การรอรับงานทางโทรศัพท์แบบเดิมไม่ทันกิน ในยุคนี้ต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบ WeMove ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมความต้องการขนส่งจากทั่วประเทศ ช่วยให้รถรับจ้างเข้าถึงงานได้ แม้จะเป็นรถเที่ยวเปล่าขากลับ (Backhaul)

  • เน้นบริการเฉพาะทาง: เช่น รถควบคุมอุณหภูมิ หรือรถขนเครื่องจักร ที่โรงงานทั่วไปอาจไม่คุ้มที่จะลงทุนซื้อเอง

ขั้นตอนการขอ/ต่อใบอนุญาตประกอบการยุคดิจิทัล

ปี 2569 กรมการขนส่งทางบกได้ยกระดับระบบ DLT e-Transport ให้สมบูรณ์แบบ

  1. ยื่นคำขอออนไลน์ 100%: ไม่ต้องหอบเอกสารเป็นลังไปที่ขนส่งอีกต่อไป สแกนและอัปโหลดผ่านระบบ

  2. การตรวจสอบสถานที่ผ่าน Video Call: เจ้าหน้าที่สามารถนัดตรวจสถานที่เก็บรถผ่านกล้อง ลดระยะเวลารอคอยจาก 30 วัน เหลือเพียง 7 วัน

  3. ชำระค่าธรรมเนียมผ่าน QR Code: สะดวก รวดเร็ว และได้ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ทันที

บทสรุป: ข้อมูลคืออำนาจ

การติดตาม สถิติใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และ ข้อมูลขนส่งทางบก อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็น "Supply" ในตลาด ว่ามีคู่แข่งเพิ่มขึ้นหรือลดลง ในขณะที่ฝั่งผู้ว่าจ้าง ก็สามารถใช้ข้อมูลนี้ประเมินสถานการณ์ค่าขนส่งได้

ไม่ว่าตัวเลขจะเหวี่ยงไปทางไหน สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ "มาตรฐาน" จะเป็นตัวคัดกรองผู้เล่นในตลาด ใครที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี มีใบอนุญาตถูกต้อง และรู้จักใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างแพลตฟอร์ม WeMove เข้ามาช่วยบริหารจัดการเที่ยวรถ จะเป็นผู้ที่ยืนหยัดอยู่ได้ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง

ปี 2569 ไม่ใช่ปีของปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เป็นปีของ "ปลาเร็ว" และ "ปลาที่ปรับตัวเก่ง" เท่านั้นที่จะอยู่รอด

คัดลอกลิงก์

เรื่องที่คุณไม่ควรพลาด

บทความยอดนิยม

บทความทั้งหมด

กลับขึ้นด้านบน