นโยบายการใช้งาน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปถือว่าคุณมีการยินยอมให้ใช้คุกกี้ โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Logo WeMove Platform
บทความ

สมาคมขนส่งฯ เฮ! ราคาน้ำมันดีเซลลดรับปีใหม่ 69 แต่ยังหวั่นต้นทุนแฝงพุ่ง

อัปเดตข่าวดีสมาคมขนส่งฯ ดีเซลลด 50 สตางค์ รับปีใหม่ 2569 แต่ผู้ประกอบการยังต้องจับตาต้นทุนแฝงและทิศทางเศรษฐกิจ วิเคราะห์ผลกระทบต่อค่าขนส่งและแนวทางปรับตัว

หมวด : บริษัทขนส่ง/รีวิว

หมวดรอง : สมาคมขนส่งสินค้า

ผู้เขียน :

WeMove Admin

วันที่ตีพิมพ์ : 24-12-2025

วันที่อัปเดต : 24-12-2025

สมาคมขนส่งฯ เฮ! ราคาน้ำมันดีเซลลดรับปีใหม่ 69 แต่ยังหวั่นต้นทุนแฝงพุ่ง transport-association-diesel-price-drop-new-year-2026-hidden-costs

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและพายุทางการเงินที่โหมกระหน่ำตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา "ราคาน้ำมัน" ถือเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายและเป็นต้นทุนหลักกว่า 40-50% สำหรับผู้ประกอบการขนส่งไทย สมาคมขนส่งสินค้าภาคต่างๆ และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงอย่างแข็งขันในการเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาดูแลโครงสร้างราคาพลังงานมาโดยตลอด และในที่สุดก็มีข่าวดีส่งท้ายปีให้พี่น้องสิงห์รถบรรทุกได้ยิ้มออกบ้าง เมื่อมีการประกาศปรับลดราคาน้ำมันต้อนรับศักราชใหม่

ของขวัญปีใหม่: ดีเซลลด 50 สตางค์ สัญญาณบวกเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 บริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ ทั้ง ปตท. และบางจาก ได้ประกาศปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ รวมถึงน้ำมัน "ดีเซล" ลง 50 สตางค์ต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป การปรับลดครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกเล็กๆ ที่ช่วยลดภาระต้นทุนหน้าปั๊มให้กับผู้ประกอบการในช่วงที่มีการขนส่งสินค้าหนาแน่นก่อนวันหยุดยาวปีใหม่

แม้ตัวเลข 50 สตางค์อาจดูไม่มากสำหรับผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่เติมน้ำมันครั้งละ 200-400 ลิตร และมีกองรถจำนวนมาก นี่คือการประหยัดต้นทุนที่จับต้องได้ทันที ช่วยเพิ่มกำไรส่วนต่าง (Margin) ให้กับผู้ประกอบการได้หายใจหายคอคล่องขึ้นบ้างในช่วงสิ้นปี

บทบาทของสมาคมขนส่งกับการตรึงราคาและการต่อรอง

ตลอดปี 2568 สมาคมขนส่งสินค้าฯ ได้ผนึกกำลังกันกดดันและเจรจากับกระทรวงพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอให้ภาครัฐใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินเพดาน 30-33 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นจุดคุ้มทุน (Break-even Point) ที่ผู้ประกอบการพอรับไหว หากราคาทะลุเพดานนี้ไป จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นค่าขนส่งทั่วประเทศประมาณ 3-5% และท้ายที่สุดภาระก็จะไปตกอยู่ที่ผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงชั่วคราว แต่สมาคมฯ ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังติดลบ และสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจทำให้ราคาตลาดโลกดีดตัวกลับขึ้นไปอีกในปี 2569 จึงมีการเตรียมแผนสำรองและเน้นย้ำให้สมาชิกปรับตัวเพื่อลดการพึ่งพิงความผันผวนของราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว

"ต้นทุนแฝง" ศัตรูตัวฉกาจที่น่ากลัวกว่าน้ำมัน

นอกจากค่าน้ำมันที่มองเห็นได้ชัดเจนแล้ว สิ่งที่สมาคมขนส่งฯ พยายามสื่อสารและให้ความรู้กับสมาชิกคือเรื่อง "ต้นทุนแฝง" (Hidden Costs) ที่มักถูกมองข้ามแต่กัดกินกำไรอย่างเงียบเชียบ เช่น:

  1. เที่ยวรถเปล่า (Empty Miles): การที่รถต้องวิ่งตีกรวงเปล่ากลับบริษัทหลังจากส่งสินค้าเสร็จ คือการเผาน้ำมันทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ 100% แถมยังเสียค่าสึกหรอของยางและเครื่องยนต์

  2. ค่าซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้น: การละเลยการตรวจเช็กรถตามระยะ หรือการใช้ยางคุณภาพต่ำ ทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติและเสี่ยงพังเสียหายกลางทาง ซึ่งค่ารถยกและค่าเสียโอกาสนั้นแพงมหาศาล

  3. การรอคิวนาน (Demurrage/Detention): รถที่ต้องจอดติดเครื่องรอโหลดสินค้าหน้าโรงงานหรือท่าเรือนานหลายชั่วโมง สิ้นเปลืองทั้งน้ำมันและเวลาทำงานของคนขับ ทำให้รอบการวิ่งรถลดลง

ทางออกของการลดต้นทุนอย่างยั่งยืนในปี 2569

เพื่อต่อสู้กับความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน ผู้ประกอบการขนส่งยุคใหม่เริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนแฝงเหล่านี้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการใช้บริการ WeMove ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจองรถขนส่งทั่วไทย ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหา "เที่ยวรถเปล่า" ได้อย่างตรงจุด

ด้วยระบบอัลกอริทึมที่ชาญฉลาดในการจับคู่ (Smart Matching) งานขนส่งในขากลับให้กับรถบรรทุก ทำให้รถมีรายได้ทั้งขาไปและขากลับ (Round Trip) ซึ่งช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์มยังช่วยการันตีงานที่มีมาตรฐาน และที่สำคัญคือ ระบบการชำระเงินที่รวดเร็ว (Credit Term ชัดเจนและตรวจสอบได้) ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะโดนเบี้ยวค่าขนส่งหรือไม่

ก้าวต่อไปในปี 2569

ในปีหน้า สมาคมขนส่งสินค้าฯ มีแผนที่จะผลักดันเรื่อง มาตรฐานค่าขนส่งกลาง (Standard Freight Rate) ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อป้องกันการตัดราคากันเองจนบาดเจ็บ (Price War) และมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะบุคลากรขับรถ (Smart Driver) ให้มีคุณภาพ เพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย

แม้ราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ แต่การบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ การรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม จะเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด ที่จะพาธุรกิจขนส่งไทยฝ่าฟันคลื่นเศรษฐกิจในปี 2569 ไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

คัดลอกลิงก์

เรื่องที่คุณไม่ควรพลาด

บทความยอดนิยม

บทความทั้งหมด

กลับขึ้นด้านบน